ปี 2025 ‘มาเลเซีย-เวียดนาม-ไทย’ ขาดดุลจีน-เกินดุลสหรัฐ เพิ่มแม้ถูกเก็บภาษี

04 กุมภาพันธ์ 2569
ปี 2025 ‘มาเลเซีย-เวียดนาม-ไทย’ ขาดดุลจีน-เกินดุลสหรัฐ เพิ่มแม้ถูกเก็บภาษี

ในปี 2025 มาเลเซีย เวียดนาม และไทย มีตัวเลขเกินดุลการค้ากับสหรัฐ  เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ แม้จะเผชิญมาตรการภาษีก็ตาม

ในขณะเดียวกัน ทั้งสามประเทศกลับขาดดุลการค้ากับจีนเพิ่มสูงขึ้นมาก ซึ่งส่วนหนึ่งมาจากการไหลเข้าของสินค้าราคาถูก

ผู้เชี่ยวชาญตั้งข้อสังเกตว่า บริษัทจีนอาจใช้ประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เป็นฐานส่งออกสินค้าต่อไปยังสหรัฐ  เพื่อหลีกเลี่ยงภาษี

นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่าแนวโน้มการส่งออกของทั้งสามประเทศอาจชะลอตัวลงในปี 2026 เนื่องจากผลกระทบจากมาตรการภาษีของสหรัฐ  จะชัดเจนขึ้น

ปี 2025 ที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เก็บภาษีคู่ค้าสะเทือนไปทั้งโลกเพื่อปรับดุลการค้า แต่กลายเป็นว่าประเทศเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ที่เน้นการส่งออกเป็นหลักกลับได้เปรียบดุลการค้าสหรัฐเพิ่มขึ้นมาก แต่ก็ขาดดุลการค้ากับจีนมากเช่นกัน

เว็บไซต์นิกเคอิเอเชีย รายงานสถิติทางการชี้ว่า ในปี 2025 มาเลเซีย ไทย และเวียดนาม สามประเทศศูนย์กลางการผลิต และส่งออกของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เกินดุลการค้าสหรัฐมากขึ้นวัดตามสกุลเงินดอลลาร์ ที่ 45%, 44% และ 28% ตามลำดับ ช่วยหนุนการค้าโดยรวมของทั้งสามประเทศ

กระทรวงการลงทุน การค้า และอุตสาหกรรมของมาเลเซีย แถลงว่า การส่งออกไปสหรัฐ "ยังคงยืดหยุ่น" มูลค่าขยายตัว 17.2% "ได้แรงหนุนจากความต้องการที่แข็งแกร่ง ทั้งสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ และเครื่องใช้ไฟฟ้า, เครื่องกล, อุปกรณ์ และอะไหล่, อาหารแปรรูป และผลผลิตเหล็ก

ข้อมูลจาก CEIC Data ซึ่งใช้สถิติทางการพบว่า ปี 2025 มาเลเซียได้เปรียบดุลการค้าสหรัฐพุ่งขึ้นมาอยู่ที่ 2.32 หมื่นล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้นกว่าสิบเท่าจากทศวรรษก่อนหน้า

ในทำนองเดียวกัน เวียดนามได้เปรียบดุลการค้าสหรัฐมากที่สุดในบรรดาประเทศเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ทุบสถิติ 1.338 แสนล้านดอลลาร์ในปี 2025 เพิ่มขึ้น 28% เมื่อเทียบกับปี 2024

ส่วนไทย เกินดุลการค้าสหรัฐเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 5.13 หมื่นล้านดอลลาร์ จาก 3.56 หมื่นล้านดอลลาร์ในปี 2024 อานิสงส์จากการส่งออกสินค้าอิเล็กทรอนิกส์เติบโต

ในเดือนเม.ย.ที่ผ่านมา ทรัมป์ประกาศ “ภาษีศุลกากรตอบโต้” กับคู่ค้าสหรัฐ หวังลดการขาดดุลการค้า บางประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้โดนเก็บภาษีหนักในอัตราสูงกว่า 40% ซึ่งต่อมาเจรจากันจนลดภาษีลงได้ มีผลในเดือนส.ค.

เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ก็เหมือนกับอีกหลายๆ ชาติ ที่การส่งออกเติบโตเพราะต้องเร่งส่งออกสินค้าก่อนภาษีมีผลบังคับใช้ ขณะเดียวกันหลายรัฐบาลยังเดินหน้าเจรจากับวอชิงตันเพื่อลดผลกระทบต่อการค้า

ในเดือนต.ค.สหรัฐลดภาษีนำเข้าสินค้าส่วนใหญ่จากมาเลเซียจาก 25% เหลือ 19% นอกจากนี้ สินค้า 1,711 รายการ ส่วนใหญ่เป็นสินค้าในกลุ่มเซมิคอนดักเตอร์ อวกาศ และเภสัชกรรม ได้รับการยกเว้นภาษีนำเข้า ในทางกลับกันมาเลเซียให้คำมั่นว่าจะไม่กำหนดมาตรการห้ามส่งออกหรือโควตาสำหรับแร่ธาตุหายาก และแร่ธาตุสำคัญที่ส่งไปยังสหรัฐ

“อาเซียนจะพยายามให้ได้อัตราที่น่าพอใจเพื่อจำกัดผลกระทบขาลง เห็นได้ชัดว่า มาเลเซียกำลังเจรจากับสหรัฐอย่างแข็งขัน เพื่อให้การส่งออกเซมิคอนดักเตอร์ยังคงได้รับการยกเว้นไม่ถูกเก็บภาษีรอบใหม่” ฉั่ว ฮั่นเต็ง นักเศรษฐศาสตร์อาวุโสจากธนาคารดีบีเอส ตั้งข้อสังเกต

ในเวลาเดียวกัน ทั้งสามชาติกลับเสียเปรียบดุลการค้ากับจีนมากขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ชี้ให้เห็นว่า สินค้าจากเขตเศรษฐกิจใหญ่สุดของเอเชียที่พยายามรับมือกับภาษีสูงของสหรัฐได้ไหลทะลักเข้ามาในสามประเทศนี้

ในปี 2025 มาเลเซียขาดดุลจีนเพิ่มขึ้น 62% มาอยู่ที่ 3.84 หมื่นล้านดอลลาร์ ไทยขาดดุลจีนเพิ่มขึ้น 50% มาอยู่ที่ 6.78 หมื่นล้านดอลลาร์ ส่วนเวียดนามขาดดุลจีนมากขึ้น 40% มาอยู่ที่ 1.15 แสนล้านดอลลาร์

“จีนส่งออกสินค้าราคาถูก และด้วยการนำเข้าอีวีตอนนี้ การขาดดุลการค้า (ของมาเลเซีย) กับจีนจะยิ่งมากขึ้นในอนาคต” วศิฮาร์ ฮัสซัน อับดุล ราซัค รองประธานบริหาร สถาบันเคเอสไอ สเตรทเตจิกเพื่อเอเชียแปซิฟิกให้ความเห็น

ขณะที่การนำเข้าจากจีนเพิ่มขึ้นเช่นเดียวกับการส่งออกไปสหรัฐ ผู้เชี่ยวชาญจำนวนหนึ่งตั้งข้อสังเกตว่า บริษัทจีนอาจส่งสินค้าผ่านประเทศเพื่อนบ้านเอเชียตะวันออกเฉียงใต้อย่างเวียดนามก่อนส่งไปยังสหรัฐอีกทีเพื่อเลี่ยงภาษีสูง

ชัยทีป ซิงห์ นักวิเคราะห์จากสถาบันยุทธศาสตร์ และการต่างประเทศศึกษามาเลเซีย ชี้ว่าสัดส่วนการส่งออกภายในประเทศของมาเลเซีย ซึ่งเป็นการส่งออกสินค้าที่ผลิตภายในประเทศ ต่อการส่งออกทั้งหมด ลดลงเหลือ 77% ต่ำสุดในรอบเจ็ดปีเป็นอย่างน้อย

“นั่นหมายความว่า แม้สินค้าส่งออกส่วนใหญ่ของมาเลเซียยังคงผลิต และแปรรูปภายในประเทศ แต่การส่งสินค้าที่ผลิตในต่างประเทศกำลังเพิ่มสูงขึ้น” ซิงห์ กล่าว

มองไปข้างหน้า ความไม่แน่นอนของนโยบายภาษีสหรัฐยังคงต่อเนื่องมาถึงปี 2026 เดือนนี้ทรัมป์ กล่าวว่า เขากำลังขึ้นภาษีรถยนต์เกาหลีใต้จาก 15% เป็น 25% ทั้งยังขู่เก็บภาษีเพิ่มอีก 10% จากชาติยุโรปที่ต่อต้านไม่ให้เขาได้กรีนแลนด์จากเดนมาร์ก ที่ต่อมาเขามีท่าทีอ่อนลงหลังบรรลุ “กรอบเค้าโครง” ความเข้าใจกับชาติยุโรป

สำหรับปีนี้รัฐบาลเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และนักวิเคราะห์หลายคนเตือนว่า การส่งออกอาจชะลอลงเพราะภาษีทรัมป์จะส่งผลกระทบตลอดทั้งปี

กระทรวงพาณิชย์ไทยแถลงเมื่อวันที่ 23 ม.ค.69 ว่าแนวโน้มการส่งออกของไทยในปี 2026 คาดว่าจะ “ชะลอตัวลง สะท้อนให้เห็นถึงผลกระทบที่ชัดเจนยิ่งขึ้นจากมาตรการภาษีของสหรัฐทั้งที่มีอยู่แล้ว และที่เพิ่งนำมาใช้ใหม่ ตลอดจนการปรับตัวอย่างต่อเนื่องในระบอบการค้าโลกท่ามกลางความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ที่ทวีความรุนแรงขึ้น”

สำหรับมาเลเซีย รายงานของดีบีเอสเผยว่า การส่งออกสินค้า “มีแนวโน้มได้รับผลกระทบเชิงลบจากปัจจัยภายนอกที่เป็นอุปสรรคจากภาษีนำเข้าของสหรัฐ”

อาชนัน เกาะไพบูลย์ นักวิจัยรับเชิญจากISEAS-Yusof Ishak Institute กลุ่มคลังสมองของสิงคโปร์ มองว่า แนวโน้มปีที่แล้วไม่น่าต่อเนื่องมาถึงปีนี้

“ข้อตกลงการค้า (สหรัฐ) กลับหลายประเทศจะมีผล ดังนั้น เขตเศรษฐกิจเหล่านี้มีแนวโน้มนำเข้าจากสหรัฐเพิ่มขึ้น การได้เปรียบดุลการค้าลดลง แน่นอน สิ่งนี้จะเป็นความเสี่ยงต่อเศรษฐกิจอาเซียนในปีนี้” อาชนัน สรุป


แหล่งที่มา : กรุงเทพธุรกิจ

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

The information in the above report, publication and website has been obtained from sources believed to be reliable. However, Iron & Steel Institute of Thailand does not guarantee the accuracy, adequacy or completeness of the information. Any opinions or forecasts regarding future events may differ from actual events or results. In addition, Iron & Steel Institute of Thailand reserves the right to make changes and corrections to the information, including any opinions or forecasts, at any time without notice.